Tag Archives: ธรรมะสอนใจ

ธรรมะสอนใจ

หลงตน..หลงคน..หลงอำนาจ โดย..สมเด็จพระญาณสังวรฯ

ผู้มีโมหะมาก คือ มีความหลงมาก มีความรู้สึกที่ไม่ถูก ไม่ชอบ ไม่ควร ในตน ในคน ในอำนาจ ผู้หลงตน เป็นคนมีโมหะ มีความรู้สึกที่ไม่ถูก ไม่ชอบ ไม่ควรในตนเอง คนหลงตนจะมีความรู้สึกว่าตนเป็นผู้มีความดี ความสามารถ ความพิเศษเหนือใครทั้งหลายเกินความจริง เป็นความรู้สึกในตนที่ไม่ถูก ไม่ชอบ ไม่ควร เมื่อมีความรู้สึกอันเป็นโมหะ ความหลง ราคะ หรือโลภะและโทสะก็จะเกิดตามมาได้โดยไม่ยาก เมื่อหลงตนว่า ดีวิเศษเหนือคนทั้งหลาย ความโลภให้ได้มาซึ่งสิ่งอันสมควรแก่ความดี ความดีวิเศษของตน ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ความโกรธด้วยไม่ต้องการให้ความดี ความวิเศษนั้นถูกเปรียบถูกลบล้าง ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ผู้หลงคน จะมีความรู้สึกว่าคนนั้น คนนี้ที่ตนหลง มีความสำคัญมีความดีวิเศษเหนือคนอื่น เกิดความมุ่งหวังเกี่ยวกับความสำคัญ ความดีความวิเศษของคนนั้นคนนี้ ความมุ่งหวังนั้นเป็นโลภะและเมื่อมีความหวังก็มีได้ทั้งสมหวังและความผิดหวังเป็นธรรมดา ความผิดหวังนั้นเป็นโทสะ...

ข้อคิดสอนใจ

 วิธีระงับอารมณ์โกรธ ที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน

 วิธีระงับอารมณ์โกรธ คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยโกรธ โมโห อารมณ์โกรธนั้นเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน เว้นเสียแต่ว่าใครจะรู้จักระงับอารมณ์โกรธได้ดีกว่ากัน  อารมณ์โกรธนั้นเป็นระบบอัตโนมัติในร่างกาย เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความไม่พอใจก็จะแสดงอาการออกมาบางคนหากรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง เรียกว่ามีสติ ก็จะแสดงพฤติกรรมที่ดีออกมา แต่บางคนหากไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองปล่อยให้ไหลไปตามความคิดอัตโนมัตินั้นก็จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา แล้วเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะระงับอารมณ์โกรธได้บ้างตามไปดูกันเลยค่ะ วิธีขจัดความโกรธ ตามคำแนะนำของ ท่านว.วชิรเมธี 1.งดการตัดสินใจในขณะนั้น เพราะอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ คุณอาจใช้วิธีการนับ 1 -10 ถ้ามันยังไม่หายโกรธก็นับไปสัก100 เมื่อทำเช่นนี้จะเหมือนการเรียกสติของคุณให้กลับคืนมาละคุณก็จะเกิดปัญญาว่าไม่ควรที่จะไปทะเลาะกับคนอื่น 2.งดการพูดในขณะนั้น เพราะอาจจะพลั้งเผลอพูดในสิ่งไม่ดีที่อาจต้องกลับมาเสียใจในภายหลัง คุณอาจใช้วิธีการสูดหายใจเข้าลึกๆปล่อยลมออกยาวๆ  การพูดนั้นเมื่อพูดออกไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปทำอะไร เพราะคนฟังก็เสียใจไปแล้ว หรือคำพูดของคุณด้วยอารมณ์โกรธก็อาจจะเป็นผลร้ายกับตัวคุณเอง 3.ขอตัวออกมาจากสถานการณ์นั้น เพราะอาจถูกกระตุ้นเร้าจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกซัก5นาที 4ย้ายตัวเองไปทำอย่างอื่น เพื่อเบี่ยงเบนจิตออกจากความโกรธ 5.เจริญเมตตา พิจารณาว่าทั้งเราทั้งเขาที่กำลังโกรธกันล้วนอยู่ในวัฏจักรแห่งความทุกข์ ลองหาสาเหตุของการโกรธว่าทำไมถึงโกรธและพยายามหลีกเลี่ยงมัน 6.หาโอกาสสวดมนต์ ฝึกสมาธิภาวนา ให้จิตมีฐานที่มั่นคง เวลาถูกกระทบจะได้ไม่กระเทือน เมื่อคุณมีสมาธิคุณก็จะมีสติ และมีปัญญา...

ธรรมะสอนใจ

การปล่อยวางคือคุณสมบัติของผู้ที่แข็งแกร่ง

อยากปล่อยวางทำอย่างไร หลายคนคงเคยได้ยินกับคำว่าปล่อยวางกันมาบ้างแล้ว ก็มีน้อยคนนักที่จะทำได้ แท้ที่จริงแล้วการปล่อยวางคืออะไรกันแน่ การปล่อยวางคือการละทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปอยู่คนเดียวในที่ๆไม่มีใครรู้จักใช่ไหม วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักการปล่อยวางที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ หากต้องการปล่อยวางต้องทำอย่างไรบ้าง 1.อย่าคิดแก้แค้น  การแก้แค้นที่สุดที่สุดคือการทำชีวิตของคุณให้ดีให้มีความสุขประสบความสำเร็จในชีวิต หากคุณมัวแต่คิดแก้แค้นวันๆนึงคุณก็จะไม่ได้ทำสิ่งที่ดีเลยเพราะคุณมัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้คนที่คุณแค้นไม่มีความสุข นั่นแสดงว่าคุณไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย ดังคำพูดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์และนักปรัชญาชื่อก้องโลก ที่กล่าวไว้ว่าคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เมื่อคุณหมกมุ่นอยู่กับความคิด และความรู้สึกด้านลบ 2.ปล่อยวางความโกรธ มีความรักและปรารถนาดีต่อผู้อื่น ความโกรธเป็นอารมณ์ที่แสดงออกมาในทางลบ หากคุณสามารถปล่อยวางความโกรธลงได้ชีวิตของคุณก็จะมีแต่บวก ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปโกรธความโกรธนั้นจะทำให้คุณมีความร้อนอยู่ภายในหาความสุขไม่ได้เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรเราจะต้องมาทำให้ตัวเองไม่มีความสุข 3.หมั่นสวดมนต์แผ่เมตตา  การสวดมนต์แผ่เมตตานี้นอกจากได้อานิสงส์แรงกล้าแล้ว ยังทำให้เราเป็นผู้ที่มีจิตใจสูง เป็นผู้ที่มีสติมีปัญญา อะไรที่เป็นปัญหาเราก็สามารถที่จะแก้ไขได้ในทางที่ถูกที่ควร 4.หาความสุขจากสิ่งรอบตัว การแสวงหาความสุขนั้นเราไม่จำเป็นจะต้องออกเดินทางไกลไปหาที่ไหน ความสุขที่แท้จริงไม่ได้ไกลตัวคุณเลย หากคุณเปิดใจปล่อยวางจากสิ่งที่ยึดถืออยู่ คุณจะพบว่าอะไรๆก็ล้วนเป็นความสุขทั้งนั้น เช่น การที่คุณได้ทำงานที่คุณรัก การที่คุณได้ดูแลพ่อแม่ การที่คุณได้ไปเที่ยวกับครอบครัว การที่คุณได้ช่วยเหลือผู้อื่นเล็กน้อยๆแค่นี้จิตใจของคุณก็จะเบิกบาน 5.มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆ อย่าเก็บทุกเรื่องในชีวิตมาคิดเพราะมิฉะนั้นแล้วหัวสมองของคุณก็จะไม่ได้รับการพักผ่อน ชีวิตเรา...

ธรรมะสอนใจ

การเมตตามีประโยชน์อย่างไร

การเมตตามีประโยชน์อย่างไร การแผ่เมตตา เป็นการแสดงถึงความรัก ความปรารถนาดี อยากแบ่งปันบุญให้กับผู้อื่น อยากให้ผู้อื่นมีความสุข โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าจะต้องเป็นมิตรหรือศัตรู เป็นมนุษย์หรือสัตว์ การที่เรามีจิตอันเป็นกุศลในการแผ่เมตตาให้แก่ศัตรูได้นั้นย่อมแสดงว่าเราได้ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ไม่มีความอาฆาตพยาบาท ไม่มีความโกรธ การแผ่เมตตานั้นเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งและได้อานิสงส์มากอีกด้วย อานิสงส์ 11 ประการ จากการแผ่เมตตา สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในพระบาลีอังคุตตรนิกายว่า ผู้แผ่เมตตาเป็นประจำ ย่อมได้รับ อานิสงส์ 11 ประการ ดังนี้ 1. หลับเป็นสุข คือ หลับสบาย หลับสนิท 2. ตื่นเป็นสุข คือเมื่อตื่นขึ้นมาก็สบายตัว สบายใจ หายอ่อนเพลีย ไม่มีอาการง่วงติดต่ออีก 3. ไม่ฝันร้าย คือ จะไม่ฝันเห็นสิ่งเลวร้ายทำให้สะดุ้งตื่นกลางคัน หรือไม่ฝันหวาดเสียวต่าง ๆ...

ธรรมะสอนใจ

ทำไมทำบุญแล้วต้องกรวดน้ำ

ทำไมทำบุญแล้วต้องกรวดน้ำ การกรวดน้ำ นิยมทำกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนใหญ่จะทำหลังจากการพระสวดเสร็จแล้ว แต่คุณรู้ไหมว่าทำไมจะต้องมีการกรวดน้ำ แล้วการกรวดน้ำนั้นทำเพื่ออะไร วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงการกรวดน้ำที่ถูกต้องว่าต้องทำอะไรแล้วเราจะได้อะไรจากการกรวดน้ำบ้าง ความหมายของการกรวดน้ำ คำว่า "กรวดน้ำ" นี้ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้คำจำกัดความไว้ว่า"แผ่ส่วนบุญด้วยวิธีหลั่งน้ำ" การกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญนั้น สรุปแล้วมีอยู่ 4 ประการ คือ 1.กรวดน้ำตัดขาดจากกัน 2.กรวดน้ำยกกรรมสิทธิ์ให้ 3.กรวดน้ำตั้งความปรารถนา 4.กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศล 1. การหลั่งน้ำเพื่อตัดขาดจากกัน เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทย สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงตัดขาดไมตรีกับพม่า เพื่อประกาศอิสรภาพแก่เมืองแครง เมื่อ พ.ศ. 2121 โดยวิธีหลั่งน้ำลง เหนือแผ่นดิน 2.การหลั่งน้ำยกกรรมสิทธิ์ให้ครอบครอง เช่น เมื่อคราวที่สมเด็จพระบรมศาสดาได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้เสด็จไปสู่กรุงราชคฤห์ ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยราชบริพารให้เลื่อมใสและได้ถวายวัดเวฬุวันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดาเพราะทรงเห็นว่าป่าไม้ไผ่ ที่เรียกว่า "พระราชอุทยานเวฬุวัน" เป็นที่ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากชุมชนนัก...

ธรรมะสอนใจ

ขันติความอดทน อดกลั้น ทนทาน เป็นตบะของนักปฏิบัติ

ขันติความอดทน อดกลั้น ทนทาน เป็นตบะของนักปฏิบัติ นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส “ขนฺติ ปรมํ ตโป ติติขา ติ” ณ บัดนี้ จะอธิบายขยายเนื้อความศาสนธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอเป็นเครื่องประดับสติปัญญาเพิ่มพูนบารมีพุทธบริษัท อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนทั้งหลาย ที่ได้มาพรักพร้อมกันอยู่ในสถานที่นี้ ในวันนี้จะแสดง เรื่องขันติความอดทน เป็นหนทางที่ให้บรรลุมรรคผล ไปถึงจุดหมายปลายทาง ที่บุคคลที่พึงปรารถนาตั้งเอาไว้ได้ เหตุฉะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงอยากให้พวกเราท่านทั้งหลายเป็นผู้มีขันติความอดทน อดกลั้น...

ธรรมะสอนใจ

ทุกข์ที่เหนือธรรมดา ท่านระงับมันได้

"ทุกข์ที่เหนือธรรมดา" "ทุกข์ธรรมดาอย่างหนึ่ง ทุกข์ที่เหนือธรรมดาอย่างหนึ่ง ทุกข์ประจำสังขารนี้ ยืนก็เป็นทุกข์ นั่งก็เป็นทุกข์ นอนก็เป็นทุกข์ อย่างนี้เป็นทุกข์ธรรมดา ทุกข์ประจำสังขาร พระพุทธเจ้า "ท่านก็มีเวทนาอย่างนี้ มีสุขอย่างนี้ มีทุกข์อย่างนี้ แต่ท่านก็รู้จักว่า อันนี้เป็นธรรมดา" สุขทุกข์ธรรมดาทั้งหลายเหล่านี้ ท่านระงับมันได้ เพราะท่านรู้จักเรื่องของมัน รู้จักทุกข์ธรรมดา มันเป็นของมันอย่างนั้น ไม่รุนแรง "ท่านให้ระวังทุกข์ที่มันจรมา ทุกข์ที่เหนือธรรมดา" เปรียบประหนึ่งว่า เราเป็นไข้ เอายาไปฉีด ฉีดเข้าไปในร่างกาย เข็มฉีดยานั้นมันทะลุเข้าไปในเนื้อหนัง เรารู้สึกเจ็บนิดหน่อยเป็นธรรมดา เมื่อถอนเข็มออกมาแล้ว ความเจ็บก็หาย "นี่เรียกว่าทุกข์ธรรมดา" ไม่เป็นอะไร ทุกคนจะต้องเป็นอย่างนี้ "ทุกข์ที่ไม่ใช่ธรรมดานั้น คือทุกข์ที่เรียกว่าอุปาทาน" เข้าไปยึดมั่นถือมั่นไว้ เปรียบประหนึ่งว่า เอาเข็มฉีดยาไปอาบยาพิษ แล้วก็ฉีดเข้าไปนี่ไม่ใช่เจ็บธรรมดาแล้ว...

ข้อคิดสอนใจ

ประเพณีตักบาตรเทโวมีที่มาอย่างไร

ประเพณีตักบาตรเทโวมีที่มาอย่างไร ประเพณีตักบาตรเทโวเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมานาน นิยมทำในวันออกพรรษา แต่ในปัจจุบันบางวัดก็อาจทำหลังจากวันออกพรรษาก็มี เนื่องจากบางทีหากไม่ได้ตรงกับวันหยุดประชาชนก็จะไม่มีเวลามาทำบุญจึงเลื่อนวันตักบาตรเทโวออกไปเพื่อให้ตรงกับวันหยุด จะได้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสทำบุญอีกด้วย ประวัติความเป็นมาของประเพณีตักบาตรเทโว วันตักบาตรเทโว คือ วันทำบุญตักบาตรในเทศกาลวันออกพรรษา ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนว่า เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาทั้งนี้คำว่าเทโว ย่อมาจากคำว่า เทโวโรหณะ ซึ่งแปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก ซึ่งหมายถึง การเสด็จลงจากเทวโลกของพระพุทธเจ้า ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงเทศนาโปรดประชาชนในแคว้นต่าง ๆ ของอินเดียตอน เหนือ ตั้งแต่เมืองราชคฤห์ เมืองพาราณสี เมืองสาวัตถี ตลอดถึงเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นปิตุภูมิของพระองค์ ทรงเทศนาโปรดพระประยูรญาติทั้งหลายถ้วนหน้า แล้วทรงปรารถนาจะสนองพระคุณมารดา ที่หลังประสูติพระองค์ได้ 7 วัน ก็สิ้นพระชนม์ และได้ไปเกิดเป็นนางสวรรค์อยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ฉะนั้นในพรรษาที่ 7 หลังจากตรัสรู้ พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์...

ข้อคิดสอนใจ

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข มนุษย์เราทุกคนเกิดมาเมื่อถึงวัยอันสมควร ต่างก็ต้องออกมาทำงานหารายได้ เพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว งานที่ทำก็ต่างกันออกไป แต่งานก็คืองานค่ะไม่ว่าจะงานอะไรจุดประสงค์ของการทำงานก็เหมือนกันทุกคน แต่ที่สำคัญก็คือเราจะทำงานอย่างไรให้มีความสุข เพราะหากเรามีความสุขกับการทำงาน งานที่ทำก็จะออกมาดีไปด้วย ทำงานที่ใจรัก เพราะถ้าเราทำงานที่ใจรักทุก ๆ วันจะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอ ว่าความสุขจะมาถึงเราวันเสาร์-อาทิตย์แต่ทุกวันที่เราทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก ทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ เพราะเมื่อเราทำงานอย่างเต็มที่ ผลงานก็จะออกมาดี  ผลงานที่ดีจะแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด เราจะมีความสุขและรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ ดังนั้นอย่ามัวแต่ทำงานเพียงคนเดียวหันมาสร้างสัมพันธภาพกับผู้ร่วมงานบ้าง  เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ   ชีวิตก็รื่นรมย์ คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ใครทำงานได้อย่างนี้คน ๆ นั้นจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน จนกล่าวได้ว่า งานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์ การคิดบวกหรือคิดแต่สิ่งดีๆ ตามที่ตัวเองต้องการ นั้นจะนำพามาซึ่งสิ่งดีๆ เข้ามาหาเรา เพราะการที่คิดบวก จะเป็นพลังงานทางความคิดให้...

ธรรมะสอนใจ

วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด

รู้ไหมว่า เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสียอีก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับๆ ตื่นๆ อยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้ ริษยาเจ้านายใส่ไคล้ลูกน้อง ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว) คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่าอะไรคือสิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า ''น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน ฆ่าชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด'' คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ...

1 2 8
Page 1 of 8