Tag Archives: ธรรมะสอนใจ

ธรรมะสอนใจ

ความรู้ดีรู้ชอบคืออะไร

ความรู้ดีรู้ชอบคืออะไร ความรู้ดีรู้ชอบ คือ การรู้เห็นตามความจริงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เป็นไปตามเหตุและผล ซึ่งความรู้ดีรู้ชอบ เป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งที่มนุษย์จำเป็นต้องประกอบไว้ให้มีทั้งในทางโลกและทางธรรม ซึ่งถือว่าเป็นทางสำหรับหลีกเลี่ยงบุคคลผู้มีความรู้ผิด ความรู้ดีรู้ชอบในทางโลก คือ การรู้ดีรู้ชอบในสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิตของเรา ว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี การที่เราไม่มีความรู้ดีรู้ชอบจะทำให้เราปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง และอาจจะให้โทษแก่ตัวเราและบุคคลรอบข้าง ความรู้ดีรู้ชอบในทางธรรม คือ ความรู้จักอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา มีความรู้เท่าทันตามอารมณ์ของเรา การที่เรารู้ดีรู้ชอบในทางธรรมนั้น จะช่วยให้เราสามารถระงับสิ่งต่างๆ ที่ไม่ดีกับตัวเราและผู้อื่นลงไปได้ เช่น การเกิดอารมณ์อิจฉาริษยา พยาบาท หรือเศร้าโศกเสียใจ เราก็จะรู้จักและสามารถที่จะเข้าใจแจ่มแจ้งและรู้ชอบได้ตามความเป็นจริง จากที่กล่าวมาข้างตนนั้นสรุปก็คือ ความรู้ดีรู้ชอบ นั้นคือ การรู้เท่าทันกิเลสของตนเอง เมื่อใดก็ตามที่กิเลสเกิดขึ้นก็จะรู้สึกตัวว่ากิเลสของเรานั้นได้เกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อกิเลสเราดับไปก็จะรู้สึกตัวว่า กิเลสของเราได้ดับลงไปแล้วนั่นเอง ความรู้ดีรู้ชอบนั้นจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากอกุศลทุจริตที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา หากเราสามารถปลดความคิดอกุศลออกไปได้ โดยใช้ความรู้ดีรู้ชอบที่เรามี จิตใจของเราจะผ่องใส จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งจะเรียกว่า...

ธรรมะสอนใจ

การให้ธรรมเป็นทานอันประเสริฐยิ่ง

การให้ธรรมเป็นทานอันประเสริฐยิ่ง ในพระธรรมบทที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ว่า “สพพทานํ ธมมทานํ ชินาติ” ธรรมทานชนะการให้ทานอื่นทั้งปวง ซึ่งก็คือ การให้ธรรมทานแก่ผู้อื่นนั้นถือว่าเป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ธรรมทานคืออะไร? ธรรมทาน คือการให้คำแนะนำหรือการสั่งสอนที่ดีแก่ผู้อื่น หรือการอธิบายให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจในเรื่องของบุญบาป และให้ละสิ่งการกระทำบาปหรืออกุศลใดๆทั้งปวง ให้ผู้นั้นยึดมั่นในทางกุศล ปราศจากซึ่งกิเลสใดๆ ซึ่งการให้ธรรมทานเปรียบคือการให้ความรู้ ให้อภัย ให้สติ และให้ข้อคิด ประเภทของธรรมทาน มีอะไรบ้าง? ประเภทของธรรมทานนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ วิทยาทาน และ อภัยทาน ๑. วิทยาทาน คือ การให้ความรู้ ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็นความรู้ทางโลก และความรู้ในทางธรรม ๑.๑ วิทยาทานทางโลก คือ การสั่งสอนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเชิงศิลปะวิทยาการ...

ธรรมะสอนใจ

การเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ สร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิต

การเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ สร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ความหวังของพ่อแม่ทุกคนนั้นต่างก็ต้องการให้ลูกโตมาเป็นคนดี มีชีวิตที่ดี และมีความสุข ซึ่งการจะให้ลูกโตมาเป็นคนดี มีชีวิตที่ดี และมีความสุขนั้น ต้องทำยังไงบ้าง ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายๆคนอาจจะไม่ทราบ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุยถึงเรื่องการเลี้ยงลูกโดยใช้ธรรมะ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรจะปลูกฝังให้ลูกตั้งแต่ยังเด็กๆ ซึ่งบทความนี้เราจะเสนอเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูกด้วยพรหมวิหารธรรม นั่นเอง การเลี้ยงลูกด้วยพรหมวิหารธรรม การเลี้ยงลูกนั้น นอกจากความรักจากพ่อแม่แล้ว ยังต้องมีสิ่งอื่นมาเสริมด้วย ได้แก่ ความรู้ ความอดทน และธรรมะ เพื่อใช้ให้เกิดคุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรมให้ประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งหลักธรรมที่จะยกมาใช้ในการช่วยเลี้ยงลูกนั่นก็คือ “หลักพรหมวิหารธรรม” ซึ่งมีอยู่ ๔ ประการ ได้แก่ เมตตา คือ ความรัก ความเอ็นดู ความปรารถนาให้ลูกของเรานั้นมีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต่างก็มีให้กับลูกทุกคน แต่ไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะเป็นการตามใจลูกไปเสียทุกอย่าง อาจทำให้ลูกโตมาเป็นคนเอาแต่ใจได้...

ธรรมะสอนใจ

การปล่อยวาง ให้ชีวิตเรามีความสุข

การปล่อยวาง ให้ชีวิตเรามีความสุข การปล่อยวางนั้นถือเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงจะกระทำ เพราะหากเรายึดมั่นถือมั่นจะเกิดความทุกข์กายทุกใจกับเราเสียเปล่า โดยบทความนี้เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับการปล่อยวาง ซึ่งมีวิธีหรือการทำอย่างไร ถึงจะปล่อยวางจากสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับเราได้ ควรระงับความโกรธแค้นในจิตใจและมีความรักและปรารถนาดีต่อผู้อื่น ดังได้มีคำกล่าวเอาไว้ว่า “ความโกรธเปรียบเสมือนยาพิษที่เราเป็นผู้กลืนลงไปในคอตัวเอง เพื่อหวังที่จะฆ่าผู้อื่น” เราจะเห็นได้จากหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคนเรามีความโกรธแค้น หรืออาฆาตผู้อื่น คนผู้นั้นจะมีชีวิตที่ไม่สงบสุข มัวแต่จะจองล้างจองผลาญผู้อื่น จนสิ่งเลวร้ายต่างๆที่ตนได้ทำนั้นวกกลับมาให้โทษแก่ตัวเอง เพราะฉะนั้นเราควรปล่อยวาง ไม่อาฆาตพยาบาทผู้อื่น แล้วจิตใจของเราจะสงบ ปราศจากทุกข์ใดๆ การสวดมนต์แผ่เมตตา บางครั้งเราก็หลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดีที่ผู้อื่นจงใจหรือมิจงใจมากระทำแก่เราได้ หากเราคิดแค้นพยาบาทและต้องการเอาคืน สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีฝ่ายไหนที่จะเป็นสุขได้เลย การสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับคนๆนั้น จะช่วยให้จิตใจเราผ่องใส พร้อมกับเรียกสติของเรากลับคืนมา ปล่อยให้มันเป็นไป หยุดที่จะคิดหรือคาดการณ์หรือบังคับเหตุการณ์ในอนาคต เพราะไม่มีใครสามารถที่จะหยั่งรู้ในอนาคตได้ ควรที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมที่กำหนด ไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆ เท่านี้จิตใจของเราก็จะสงบ และมีความสุข ทั้งสองอย่างนี้ คือองค์ประกอบบางส่วนในการปฏิบัติ ที่จะทำให้เรารู้จักการปล่อยวางในการใช้ชีวิต ทำให้เรามีความสุขในการดำเนินชีวิตและปราศจากทุกข์แก่ตนเองและผู้อื่น...