Tag Archives: ข้อคิดสอนใจ

ข้อคิดสอนใจ

ไม่ใช่…ก็อย่าฝืน ยื้อไปก็เหนื่อย

ถ้าคู่ของคุณมี 4 ข้อนี้ เลิกกันเลยเถอะ อย่ายื้อให้เหนื่อย ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่กำลังสับสนในความรู้สึกของตัวเอง หรือสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในความสัมพันธ์ของคุณกับคนรัก เหมือนยังรักแต่ก็เหนื่อยไปพร้อมๆกัน ไม่รู้ว่าควรเดินหน้าต่อด้วยกัน หรือทางใครทางมันดี วิธีที่จะทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ของคุณง่ายขึ้นด้วย 4 ข้อที่ถ้าคู่รักของคุณมี เลิกกันเลยเถอะ อย่ายื้อให้เหนื่อย จะตรงกับคู่ของคุณไหม 1. ทะเลาะกันในเรื่องเดิมๆ คู่รักก็เหมือนลิ้นกับฟัน มีกระทบกระทั่งกันบ้าง ทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ค่อยๆคุยกันปรับความเข้าใจกัน เดี๋ยวเดียวก็กลับมาคืนดีกันได้เหมือนเดิม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณทั้งคู่ เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้นด้วยเรื่องเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ นั่นคือสัญญาณที่จะบ่งบอกว่า ความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่เริ่มสั่นคลอนเเล้วค่ะ 2. รู้สึกเหนื่อยกับการประคองความรัก รู้สึกเบื่อที่จะงอนง้อ หงุดหงิดทำอะไรก็ขัดตา หมดกำลังใจที่จะยื้อให้อยู่ หมดความพยายามที่จะปรับจูนเข้าหากัน เหนื่อยที่ต้องประคับประคองความรักครั้งนี้เอาไว้ เหมือนกำลังฝืนใจตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าคุณกำลังทำเพื่อ คนที่คุณรักเขามากพอ 3....

ข้อคิดสอนใจ

อย่ารั้งเค้าไว้ ปล่อยเขาไปสู่ที่ชอบๆ

ไปอยู่กับคนที่เขาชอบมากกว่าเรา และที่ชอบของเขาเป็นที่ไม่ชอบของเรา ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรักที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือ “ถ้ารักกันแล้ว เราขาดกันไม่ได้” ยกตัวอย่างกรณีที่เราจะพบเสมอ ทันทีที่รู้ว่าคน (ที่เรา) รักจากไปสู่ “ที่ชอบๆ”…คือไปอยู่กับคนที่เขาชอบมากกว่าเรา และที่ชอบของเขาเป็นที่ไม่ชอบของเรา ไม่ว่าหญิงหรือชายจะเกิดอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ จะเป็นจะต-า-ย หลายรายถึงกับสำเร็จความต-า-ยด้วยตนเอง…คิดว่าเป็นการบูชาความรัก ตัวอย่าง คนไข้สาวรายหนึ่ง แฟนหนุ่มมีอันต้องจำพรากจากไป…อยู่กับสาวอื่นแทน เธอพรอดพร่ำรำพันต่อหน้าจิตแพทย์ “หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา” …เธอลืมไปว่าก่อนที่จะมีเขา เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ “หนูรักเขามากค่ะ…คุณหมอขา คุณหมอคงเข้าใจใช่ไหมคะว่าหนูรักเขามากแค่ไหน” …ถ้อยคำมากมายพรั่งพรูจากปากของเธอ ขณะที่กระแสน้ำตาที่คลอเบ้าหลั่งล้นท้นท่วม จนกระดาษทิชชูที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จิตแพทย์เริ่มคิดถึงวัสดุผ้าที่มีคุณสมบัติ ในการซึมซับของเหลวได้มากกว่า… “คุณเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะครับ คุณไม่ได้รักแฟนคุณหรอก” …จิตแพทย์พูดบ้าง หลังจากฟังมานาน “คุณหมอหมายความว่ายังไง ก็หนูเพิ่งพูดไปแหมบๆ ว่าถ้าขาดเขาเสียแล้ว ชีวิตของหนูก็อยู่ไม่ได้ ” น้ำเสียงเธอแสดงความไม่พอใจ จิตแพทย์พยายามอธิบาย…...

ข้อคิดสอนใจ

บางครั้งช่วยคนผิด ไม่ใช่เพราะโ ง่ แต่เพราะเห็นแก่ความรู้สึกมากเกินไป

บางครั้งช่วยคนผิด ไม่ใช่เพราะโ ง่ แต่เพราะเห็นแก่ความรู้สึกมากเกินไป บางครั้งจำยอม ไม่ใช่เพราะไร้เหตุผล แต่เพราะไม่อยากโต้แย้งเอาชนะ ใจคนยากหยั่งโดยแท้ แต่..จะคงความดีงาม ไม่เสียใจ เพราะยังเชื่อเสมอว่า… ”หากใจคนงาม โลกก็งาม” กาลเวลาพิสูจน์ทุกอย่าง และทุกอย่างอธิบายน้ำใจคน น้ำไม่หยั่ง ไม่อาจรู้ตื้นลึก คนไม่คบ ไม่อาจรู้ดีชั่ ว ในโลกนี้ มีเพียงกาลเวลาไม่หลอกลวง กาลเวลาเท่านั้นจะพิสูจน์ทุกอย่างว่า ”อะไรจริง อะไรลวง” ดูคน อย่าเพียงดูด้วยตา จะดูผิดได้ง่าย ยิ่งไม่ควรเพียงฟังด้วยหู เพราะล้วนคำเท็จ มีเพียงอาศัยเวลา สัมผัสด้วยใจ สิ่งที่จริง จะลวงไม่ได้ สิ่งที่ลวง ก็เป็นจริงไม่ได้ กาลเวลานั้นดี พิสูจน์ใจคน เป็นประจักษ์พยานในนิสัยคน เห็นความจริง...

ธรรมะสอนใจ

ถ้าเป็นคนที่ “ใช่” จะไกลแค่ไหนก็ต้องได้มาเจอกัน

คนที่ใช่ไกลแค่ไหนก็ต้องได้มาเจอกัน เขาว่ากันว่ามีการกำหนดอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต หรือคนที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตของเราไว้แล้ว ก่อนที่เราจะเกิดเสียอีก โดยคนๆ นั้นจะมีเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือคนที่จะมาเป็นคู่แท้ของคุณนั่นเอง ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าเนื้อคู่นั้น คือคนที่เข้ากับเราได้เป็นอย่างดี อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข โดยคู่แท้คนนี้จะเป็นคนที่เข้ามาช่วยเติมเต็มชีวิตของคุณ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็นเนื้อคู่กันจริง ลำดับต้นของจริง ไม่ต้องกลัวว่าจะแคล้วคลาดกัน ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ นึกว่าจะไม่เจอกันอีกแล้วในชาตินี้ก็ต้องเจอ เพราะถ้าเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ แล้ว มีกรรมดีบุญใหม่มาช่วยเป็นปัจจัยตัวช่วยเสริมช่วยเหลือผลักดัน เมื่อถึงเวลาแล้วมีทั้งบุญเก่าบุญใหม่พร้อม ไม่มีวิบากกรรมไม่ดีมาคอยขัดขวางอีก เรียกว่าทางสะดวกที่ต้องกลับมาเจอกัน ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อให้อีกคนอยู่ขั้วโลกใต้อีกคนอยู่ขั้วโลกเหนือ บุญและกรรมก็ยังลิขิตพามาเจอกันได้ ต่อให้ได้แต่งงานมาแล้วเป็นสิบๆ ครั้งร้อยๆ ครั้งในชาตินี้ ก็ยังมีโอกาสได้กลับมาเจอมาครองคู่กันอีก หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องรักข้ามขอบฟ้า หรือคนที่มาแต่งงานกันตอนแก่เฒ่าวัยชรา เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นกันบ่อยๆ คงจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง คนที่เคยเป็นคู่รักกันตอนหนุ่มสาว ต่อมามีกรรมมาบัง มีกรรมมาส่งผล ต้องแยกกันทั้งๆ ที่ไม่อยากจาก ต่างคนต่างไปพบคู่ในลำดับต่อไป และภายหลังตอนแก่ก็กลับมาเจอกันอีก เมื่อกรรมไม่ดีที่มาบังมาแยกให้จากกันนั้นถูกชดใช้หมดกรรมไปแล้วจึงมาพบกัน...

ข้อคิดสอนใจ

เมื่อเป็น “เนื้อคู่” กันจริงๆ สุดท้ายก็จะได้ใช้ “ชีวิตร่วมกัน”

. . ถึงอยู่ไกล “สุดขอบฟ้า” . . หากมีวาสนาก็พานพบ มีคำบางคำ ที่ได้กล่าวไว้ว่า ….. ไม่ต้องตามหามันมาหรอก ” ความรัก ” หน่ะ … เดี๋ยวพอถึงเวลา ” ความรัก ” นั้น . . ก็จะมาหาเราเอง เค้าคนนั้น.? ก็จะ รัก เราเอง … โดยที่เรา . . ไม่จำเป็นต้อง ” พยายามทำอะไรมากมาย … เพราะ … เมื่อเป็น เนื้อคู่...