Tag Archives: ข้อคิดธรรมะ

ธรรมะสอนใจ

เรื่องของเนื้อนาบุญ ที่พระพุทธเจ้ามีพระดำรัสตรัสไว้

เรื่องของเนื้อนาบุญ ที่พระพุทธเจ้ามีพระดำรัสตรัสไว้ แม้วัตถุทานที่มีความบริสุทธิ์ เจตนาทำทานก็บริสุทธิ์, อาการแห่งการให้ทานนั้นจะดีเยี่ยม แต่ผลบุญของความบริสุทธิ์จะเกิดขึ้นได้ มากน้อยขึ้นอยู่กับ “เนื้อนาบุญ”ตามลำดับของผู้รับอันได้แก่ การให้ทานแก่เหล่าสัตว์เดรัจฉาน,มนุษย์ผู้ไม่มีศีล, มนุษย์ผู้มีศีล 5, มนุษย์ผู้มีศีล 8,สามเณร,พระภิกษุที่เป็นสมมติสงฆ์, พระภิกษุที่ เป็นพระเถระชั้นอริยสงฆ์โสดาบัน,พระสกิทาคามี,พระอนาคามี,พระอรหันต์,พระปัจเจกพุทธเจ้า,และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามลำดับ การที่พระองค์จัดลำดับไว้อย่างนี้เพราะว่า การทำทานหากได้ทำให้กับผู้รับที่ยิ่งมีความบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ผู้ให้ก็ยิ่งมีความรู้สึกอิ่ม เอิบใจและเป็นสุขมากเท่านั้น สมัยเมื่อองค์สมเด็จพระบรมศาสดาได้เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระพุทธมารดา พระองค์ได้ประทับอยู่ที่ “บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์” ในเวลานั้นมีเทวดา 2 ท่านมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าก่อนคนอื่นทั้งหมด ยกเว้นไว้แต่พระอินทร์ หรือท่านท้าว สักกะเทวราช พระอินทร์นั้นท่านเป็นเจ้าภาพเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในสวรรค์ชั้นนี้ท่านจึงรับเสด็จอยู่ก่อน มีเทวดาองค์หนึ่งมาเข้าเฝ้า นามว่าท่าน “อินทกเทพบุตร” (อิน-ทะ-กะ) มานั่งอยู่ข้างๆเบื้องขวาที่พระบาทของพระพุทธองค์ และ ท่านเทวดาอีกตนชื่อ “อังกุระเทพบุตร” มานั่งข้างเบื้องซ้ายของพระบาทเช่นกัน สักพักก็มีเหล่าเทวดามากันมากมายหมดทั้งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกันทั้งหมดโดยที่...

ธรรมะสอนใจ

“การให้อภัย” ไม่ใช่ยอมแพ้ ไม่ใช่เสียเปรียบ

หลายคนที่จมอยู่กับความรู้สึกอย่างนี้อย่างไม่สามารถจะหลุดพ้นจากมันได้ ถ้าเราไม่รู้จักปลดปล่อยความทุกข์ในวัยเด็กให้ผ่านพ้นไป เราจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักให้อภัย และจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความโกรธต่อคนอื่น ทำให้ต้องเผชิญกับความทุกข์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน สิ่งที่มีพลังที่สุดที่จะปลดปล่อยให้คุณเป็นอิสระ คือการให้อภัยทุกคนที่เคยทำให้คุณเจ็บปวดในทุกๆ เรื่อง เพียงคุณปลดปล่อยคนอื่นออกจากจิตใจโดยการให้อภัยเขา คุณจะปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากความทุกข์ นี่คือเหตุผลที่ศาสนาส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการให้อภัย และสอนว่าการให้อภัยเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่สันติสุขในใจและบนโลกมนุษย์ เมื่อคุณโกรธคนอื่น คุณจะควบคุมจิตใจตนเองไม่ได้ทุกครั้งที่นึกถึงเขา คุณปล่อยให้เขาเข้ามาควบคุมจิตใจและชีวิตของคุณ เขาจะเข้ามาอยู่ในความคิดของคุณตลอดเวลา และเหตุการณ์ที่ทำให้คุณโกรธก็จะปรากฏขึ้นในใจของคุณ หนทางแห่งการให้อภัย มันอาจจะยากสำหรับคุณในการให้อภัยในครั้งแรก การพูดถ้อยคำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก จึงมีหลายคนที่มีชีวิตเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ถ้าคุณให้อภัยคนอื่นและปล่อยเขาไป คุณจะรู้สึกมีความสุขและสดใสขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อความโกรธและความขุ่นเคืองจางหายไป จิตใจของคุณจะเต็มไปด้วยความคิดในทางที่ดี คุณจะมีพลังมากขึ้น กระฉับกระเฉงขึ้น เข้มแข็งและมั่นใจมากขึ้น คนที่คุณต้องให้อภัย มีคนอยู่ 4 กลุ่มที่คุณต้องให้อภัย ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนชีวิตของคุณอย่างจริงจัง กลุ่มแรก คือ พ่อแม่ของคุณ ไม่ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม คุณต้องให้อภัยท่านอย่างหมดสิ้นสำหรับความผิดพลาดในอดีตในการเลี้ยงดูคุณ กลุ่มที่สอง...

ธรรมะสอนใจ

ทำดีไม่ควรหวังผลตอบแทน เมื่อเราไม่คาดหวังเราก็ไม่ต้องผิดหวัง

ทำดีไม่ควรหวังผลตอบแทน เมื่อเราไม่คาดหวังเราก็ไม่ต้องผิดหวัง การทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน (ลาภ ยศ สรรเสริญ)  เป็นสิ่งที่ควรกระทำเพราะขณะที่ทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นเป็นขณะที่กุศลจิตมีกำลัง  กุศลกรรมในขณะนั้นทำให้อกุศลกรรมระงับไป ดังนั้นทุกคนควรหมั่นพิจารณาจิตของตน ว่าในแต่ละวันจิตเป็นอกุศลหรือกุศลมากน้อยแค่ไหนซึ่งเป็นการเจริญกุศลอย่างยิ่งประการหนึ่งอีกทั้งเป็นการสะสมเหตุแห่งความสุขความเจริญทั้งในชาติปัจจุบันและชาติต่อๆ ไป.. การทำสิ่งดีงามแก่ผู้อื่น โดยไม่คาดหวังผลตอบแทนเป็นเรื่องง่าย และทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีเพียงใดบ่อยครั้งทั้งรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวที่เราต้องการอะไรบางอย่างจากผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราได้ทำอะไรบางอย่างให้ผู้อื่น เช่น"ฉันล้างห้องน้ำเสร็จแล้วตอนนี้เธอทำความสะอาดห้องครัวบ้าง"หรือ"ผมช่วยดูแลลูกๆเมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาทิตย์นี้คุณควรดูแลลูกๆบ้าง"ดูคล้ายกับว่าเราจะสะสมคะแนนการทำความดีของเราเองมากกว่าจะระลึกว่าการให้เป็นรางวัลในตัวของมันเองเมื่อทำอะไร บางอย่างที่ดีงามให้กับใครบางคนด้วยความเต็มใจอย่างแท้จริงท่านจะสังเกตเห็นว่า(หากจิตใจของท่านสงบพอ)ความรู้สึกดีงามอันเกิดจากความสงบและสันติจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการออกกำลังกายจะทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนเอนเดอร์ฟินส์ในสมองซึ่งจะทำให้ร่างกายเรารู้สึกดีขึ้นการกระทำที่ประกอบด้วยความรักและความเมตตาจะช่วยปลดปล่อยความตรึงเครียดทางอารมณ์เช่นเดียวกันรางวัลของท่านก็คือความรู้สึกที่ได้รับรู้ว่าท่านมีส่วนร่วมในการแสดงความรักความเมตตาท่านไม่จำเป็นต้องได้รับอะไรบางอย่างตอบแทนหรือแม้แต่คำว่าขอบคุณที่จริงแล้วท่านไม่จำเป็นแม้แต่ให้บุคคลผู้นั้นทราบว่าท่านได้ทำอะไรให้เขาบ้าง...