ธรรมะสอนใจ

ทำไมทำบุญแล้วต้องกรวดน้ำ

ทำไมทำบุญแล้วต้องกรวดน้ำ

การกรวดน้ำ นิยมทำกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนใหญ่จะทำหลังจากการพระสวดเสร็จแล้ว แต่คุณรู้ไหมว่าทำไมจะต้องมีการกรวดน้ำ แล้วการกรวดน้ำนั้นทำเพื่ออะไร วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงการกรวดน้ำที่ถูกต้องว่าต้องทำอะไรแล้วเราจะได้อะไรจากการกรวดน้ำบ้าง

ความหมายของการกรวดน้ำ

คำว่า “กรวดน้ำ” นี้ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้คำจำกัดความไว้ว่า”แผ่ส่วนบุญด้วยวิธีหลั่งน้ำ” การกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญนั้น สรุปแล้วมีอยู่ 4 ประการ คือ
1.กรวดน้ำตัดขาดจากกัน
2.กรวดน้ำยกกรรมสิทธิ์ให้
3.กรวดน้ำตั้งความปรารถนา
4.กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศล

1. การหลั่งน้ำเพื่อตัดขาดจากกัน เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทย สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงตัดขาดไมตรีกับพม่า เพื่อประกาศอิสรภาพแก่เมืองแครง เมื่อ พ.ศ. 2121 โดยวิธีหลั่งน้ำลง เหนือแผ่นดิน

2.การหลั่งน้ำยกกรรมสิทธิ์ให้ครอบครอง เช่น เมื่อคราวที่สมเด็จพระบรมศาสดาได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้เสด็จไปสู่กรุงราชคฤห์ ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยราชบริพารให้เลื่อมใสและได้ถวายวัดเวฬุวันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดาเพราะทรงเห็นว่าป่าไม้ไผ่ ที่เรียกว่า “พระราชอุทยานเวฬุวัน” เป็นที่ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากชุมชนนัก สมควรเป็นที่อยู่ของสมณะได้

3.การหลั่งน้ำตั้งความปรารถนา เพื่อให้สำเร็จผลที่ประสงค์ พึงเห็นตัวอย่างในมหาเวสสันดรชาดก

4.การหลั่งน้ำแผ่กุศล พึงเห็นอุทาหรณ์ เช่น พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้บรรดาเปรตซึ่งเป็นพระญาติในชาติก่อนปรากฏ ในมังคลัตถทีปนีคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาว่า “เมื่อพระราชาทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ทรงอุทิศส่วนกุศลว่า อิทัง เม ญาตีนังโหตุ ขอทานนี้(บุญนี้) จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า” วิธีนี้เป็นการแผ่ส่วนกุศลให้แก่ญาติทั้ง มิตรและสรรพสัตว์ได้ ชื่อว่าเป็นปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการแผ่ส่วนบุญ

วิธีกรวดน้ำ มี 2 วิธี คือ

1.การกรวดน้ำแบบเปียกคือ การกรวดน้ำที่ใช้เป็นสื่อกลางในการกรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญกุศล แล้วรดลงไปที่พื้นดิน หรือใส่ภาชนะแล้วจึงนำน้ำที่กรวดไปรดลงดิน

2.การกรวดน้ำแบบแห้ง คือ การพนมมือ แล้วอุทิศส่วนบุญกุศล

การกรวดน้ำนั้นควรทำทันทีหลังทำบุญเสร็จเพราะถ้ามีเปรตหรือดวงวิญญาณมารอรับส่วนบุญก็จะได้รับบุญทันที เพราะหากไปกรวดน้ำทีหลังก็อาจจะลืมได้หลายอาจสงสัยว่าเมื่อกรวดน้ำไปแล้วเอ่ยชื่อผู้รับแล้วผู้รับจะได้บุญหรือไม่ในทางพระพุทธพจน์ได้ตอบไว้ว่ามีทั้งได้รับและไม่ได้รับ เนื่องจากถ้าผู้รับไปเกิดใหม่ในภพที่มีอาหารการกินเป็นของตัวเองแล้วก็จะไม่ได้รับ แต่ถ้าหากว่าไปเกิดเป็น ปรทัตตูป-ชีวีเปรต(เปรตที่ยังชีพด้วยส่วนบุญกุศลที่คนอื่นอุทิศให้เท่านั้น)จึงจะได้ส่วนบุญที่ว่านี้ แต่เราก็ไม่อาจรู้ว่าได้ว่าเค้าไปเกิดเป็นอะไรก็เลยทำเผื่อๆไว้นั่นเอง