ธรรมะสอนใจ

ขันติความอดทน อดกลั้น ทนทาน เป็นตบะของนักปฏิบัติ

ขันติความอดทน อดกลั้น ทนทาน เป็นตบะของนักปฏิบัติ

นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

“ขนฺติ ปรมํ ตโป ติติขา ติ”

ณ บัดนี้ จะอธิบายขยายเนื้อความศาสนธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พอเป็นเครื่องประดับสติปัญญาเพิ่มพูนบารมีพุทธบริษัท

อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนทั้งหลาย ที่ได้มาพรักพร้อมกันอยู่ในสถานที่นี้ ในวันนี้จะแสดง

เรื่องขันติความอดทน เป็นหนทางที่ให้บรรลุมรรคผล ไปถึงจุดหมายปลายทาง

ที่บุคคลที่พึงปรารถนาตั้งเอาไว้ได้ เหตุฉะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จึงอยากให้พวกเราท่านทั้งหลายเป็นผู้มีขันติความอดทน อดกลั้น ทนทาน

เป็นตบะของนักปฏิบัติอันจะได้บรรลุผลคุณงามความดีที่เราต้องการให้เกิดมีขึ้นแก่ตนเองได้

การที่พวกเราท่านทั้งหลายมีความตั้งใจขวนขวายหาซึ่งความดี เพื่อที่จะให้ได้เป็นที่พึ่งของเรานั้น

อันคนเราที่เกิดขึ้นมาร่วมโลกอยู่ด้วยกัน การที่บุคคลเราจะมีขันติสม่ำเสมอกันนั้นเป็นของยาก

หากบุคคลเป็นผู้ไม่มีศรัทธาและเป็นผู้ไม่มีความอดทนขยันหมั่นเพียร

ในการกระทำกิจการงานหน้าที่ของตนด้วยเป็นผู้มีขันติอดทนแล้ว

ผลก็จะไม่ได้ดีอะไรเกิดขึ้นแก่ตนออกมา แม้อุบาสก อุบาสิกา พุทธบริษัททั้งหลาย ก็ดี

จะทำการงานอะไรให้สำเร็จลุล่วงไปได้นั้น ก็อาศัยต้องมีขันติความอดทนกันทั้งนั้น

การที่บุคคลเรามีความอดทนนี้ เป็นสิ่งที่มีผลมีประโยชน์ยิ่งใหญ่ไพศาล

จนทำให้บุคคลนั้นบรรลุมรรคผล เข้าสู่เมืองนฤพานได้

ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลโน้นผ่านมาแล้วก็ดี ก็มีนักปฎิบัติทั้งหลายได้พากันเป็นผู้ขยันขันแข็ง

มีความอดทน อดกลั้น ทนทานจริงๆนั้นได้บรรลุความดีมีผลมามากแล้ว

เหตุฉะนั้นเมื่อในปัจจุบันนี้ก็เหมือนกัน

หากบุคคลทำอะไรทุกสิ่งทุกอย่างทำด้วยเป็นผู้มีขันติความอดทนแล้ว

ในการกระทำงานด้านวัตถุก็ดี ด้านการรักษาศีลก็เหมือนกันนั้นก็ดี

ด้านการนั่งทำสมาธิ นั่งเจริญเมตตา ภาวนาฝึกฝนอบรมจิตใจนั้นก็เหมือนกัน

ก็อาศัยซึ่งขันติความอดทนกันทั้งนั้น ขันติความอดทนนี้เป็นของที่มีประโยชน์มากมาย

เป็นหนทางที่นักปฏิบัติทั้งหลายท่านสรรเสริญเอาไว้นักปราชญ์ทั้งหลาย

ที่ท่านจะได้เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตเมธีทั้งหลายนั้น ก็อาศัยซึ่ง ท่านมีขันติความอดทน

ทำอะไรแม้การงานทางภายนอกก็เหมือนกัน บุคคลทำการงานนั้นจะสู้ทนต่อกิจการงานนั้นๆ

ไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า อะไรนั้นอย่างหนึ่ง ก็มีความอดทนทั้งร้อนและหนาว

ท่านก็ไม่ย่อท้อ ไม่ย่อหย่อน สู้ทนต่อความหนาว สู้ทนต่อความร้อน

อันนี้เรียกว่า ขันตความอดทน ทำการงานนั้นด้วยเป็นผู้มีความอดทนอยู่

กิจการที่กระทำงานนั้นจึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้

การงานทั้งหลายเหล่านั้นจะสำเร็จไปได้ก็อาศัยซึ่งมีความพากเพียรและพยายาม

มีขันติความอดทนกันทั้งนั้น งานนั้นจึงสำเร็จลุล่วงไปได้

รับผลรับประโยชน์ ให้ได้รับซึ่งความสุขความสบายได้งานแต่ละชิ้นละอัน

เราพากันมาพิจารณาให้เข้าใจเข่นนี้ งานภายนอกทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จไปด้วยดี

ก็เพราะบุคคลนั้นมีขันติความอดทนกระทำอยู่ งานนั้นจึงสำเร็จได้ดังประสงค์

พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ที่มา…คัดลอกบางส่วนจาก หนังสือ ขันติ-ความอดทน

dhammajak.net