ธรรมะสอนใจ

จะมีชีวิตเป็นคนอยู่อย่างไร จึงจะไม่ขาดทุน

ฉันอยากให้เพื่อนมนุษย์ของฉันทุกคน คิดปัญหาข้อที่ว่า

ถ้าเราจะไม่เป็นคนชนิดที่เหมือนกับเขา แต่จะเป็นอย่างของเรา

เราจะต้องเป็นอย่างไร จึงจะไม่ขาดทุน

บางคนคงจะย้อนถามฉันว่า

การเป็นคนอยู่ทุกวันๆ นี้ ต้องลงทุนด้วยหรือ ?

เห็นมีแต่ลงทุนเรียน ลงทุนค้า หรืออะไรทำนองนี้ทั้งนั้น

ไม่เห็นมีใครลงทุนในการเป็นคนเลย

ฉันจะต้องขอโทษ ในการที่ฉันมีความเห็นว่า

การเคลื่อนไหวของเราทุกอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการทำ หรือเป็นการรับผลของการทำ

ล้วนแต่เป็นการลงทุนในการเป็นคนไปหมด

เราลงทุนลงแรงวิ่งแล่นไปในวัฏสงสาร

ลงทุนมาเกิดเป็นคน ลงทุนในการดำรงชีพเป็นอยู่

ต้องหัวเราะ ต้องร้องไห้ อิ่ม หิว รัก โศก เพลิน หงอย

ไปห้องน้ำ ไปห้องส้วม ฯลฯ

ป่วยไข้ หาย สบาย กระทั่งตาย เพื่อเกิดใหม่ในที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุน เรียนเพื่อรู้

แล้วเข็ดหลาบในการที่จะไม่ต้องวิ่งมาวนเวียน

เป็นเช่นเดียวกันต่อไปอีก

ฉันเห็นว่า ทั้งการกระทำ และการรับผลของการกระทำ

ทั้งดีและชั่วทั้งหมดนั้น

ล้วนแต่เป็นการถูกธรรมชาติบังคับให้เราทำและเป็นไป

เป็นการลงทุนเรียน

เพื่อให้เรากลายเป็นผู้สามารถขึ้นอยู่เหนือกฏเหล่านั้น

คือ นิพพาน !

ถ้าเราไม่ลงทุนด้วยการลองมาเป็นคนดูเสียก่อน

เราก็จะไม่มีความรู้อะไรเลย

ในการที่จะถอนตัวขึ้นให้พ้นจากการที่จะต้องเป็นคน (หรือเป็นสัตว์) ไป

อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เราลงทุนด้วย การทนเป็นคน

เพื่อเรียนรู้และ สอบไล่ ให้ได้ถึง ขั้นที่จะไม่ต้องเป็นคน อีกต่อไป

การตายช่วยอะไรเราไม่ได้ในข้อนี้ เพราะมันกลับมาเกิดอีก

เว้นไว้แต่เราจะเป็นคนให้ครบถ้วนตามหลักสูตรเสียก่อน

คือ เป็นคนชนิดที่มีกำไร ไม่ขาดทุน

หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ศึกษาให้รู้จักการเป็นคน

ด้วยการเคยเป็นคนเสียอย่างเต็มที่

จนตนสามารถเอาชนะอยู่เหนือการเป็นคนของตนเอง ได้นั่นเอง

เราจะเป็นผู้มีกำไรประจำวัน ทุกๆ วันได้

ด้วยการที่เรามีทุกข์กะใครไม่เป็น

ไม่ว่าเหตุการณ์อย่างใดจะเกิดขึ้น

และเราจะงบยอดมีกำไรเด็ดขาดในขั้นสุด

ในการที่เราเข้าถึงขีดที่ความทุกข์ไม่อาจเกิดขึ้นอีกต่อไป

บางคนคงจะถามว่า ถ้าเกิดมาทำงาน

ได้รับผลสำเร็จร่ำรวยสมบูรณ์พูนสุขด้วยเกียรติและทรัพย์แล้ว

ยังจะว่าขาดทุน ในการเป็นคนอีกหรือ ?

ฉันตอบว่า การสมบูรณ์พูนสุขนั้น ก็เป็นเพียงการลงทุนอย่างหนึ่ง

หรือตอนหนึ่งของการลงทุนในการเป็นคนเท่านั้น

คือ เป็นการลงทุนเพื่อให้เราได้เรียนรู้ว่า มันก็เป็นของหลอกๆ

เช่นเดียวกับการตกระกำลำบากเหมือนกัน

ครั้นเรารู้จักมันอย่างถูกต้องแล้ว เราก็จะเป็นคนมากขึ้นอีก

จนกระทั่งเป็นคนที่เต็ม (Perfected)

โดยทุกๆ ทาง ในการที่จะบริสุทธิ์ สว่างไสว และสุขเย็น

ความสมบูรณ์พูนสุข จึงเป็นเพียงการลงทุนเท่านั้น

ยังหาใช่ผลกำไรแห่งการเป็นคนไม่

ก็ถ้าใครหลงเอาต้นทุนมาใช้จ่ายเสีย

อย่างกะว่ามันเป็นผลกำไรแล้ว

คนนั้นก็จะหมดกระเป๋าเลย !

แล้วเขาก็จะต้องฟุบหน้าร้องไห้กับพื้นดิน ตรงที่เขายืนนั่นเอง

ไม่เชื่อใครลองใช้ความสมบูรณ์พูนสุข

ในฐานเป็นผลกำไรของชีวิตดูเถิด !